แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ true visions แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ true visions แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เซียนอ๊อตโตะ แห่งช่อง G-Square





พบเซียนอ๊อตโตะ หรือชื่อจริง อมร วิวัฒสุนทร ณ สำนักงานช่อง G-Square ที่ห้างสรรพสินค้าฟอร์จูน ชั้น 26 เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. 2553 ไปกับเพื่อนรุ่นน้องที่รู้จักทางอินเตอร์เน็ต ที่เป็นแฟนคลับของเซียนเช่นกัน

พิธีกรรายการเกมที่ผมชื่นชอบมาก ในที่สุดก็ได้เจอตัวจริงเสียที

วันพุธที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2553

เคเบิ้ลทีวี และ ทีวีผ่านดาวเทียม คือสิ่งที่วิเศษที่สุดของมวลมนุษย์

3 ปี ที่ครอบครับผมได้นำสิ่งที่เรียกว่า True Viisions เข้ามาในบ้าน และมันก็ไม่เคยให้ผมและครอบครัวต้องผิดดหวัง มีสารคดีเยี่มๆให้ดู หนังแบบรรยายไทย ฟุตบอลถ่ายทอดสดตั้งหลายคู่ รายการโชว์จากต่างประเทศหลายรายการที่มีสาระ ตอนเริ่มต้น เราใช้แค่ Knowledge จนเมื่อราวๆมีนาคม ปี 2009 พ่อผมก็ได้ไปเปลี่ยนเป็น Gold และขยายจุดรับชมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด จนตอนนี้ บ้านผมมีจุดรับชม 3 จุด และไม่เคยคิดที่จะไปยกเลิกการเป็นสมาชิกเลย

ก่อนหนานี้ครอบครัวก็ดูเคเบิ้ลทีวี ที่บริการโดยผู้ให้บริการเจ้าหนึ่งในจังหวัดที่ผมอยู่ ซึ่งก็ทำให้ผมพอใจได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่แจ่มเท่า True Visions แต่ก็ดีกว่า free tv

อย่างน้อย การมีเคเบิ้ลทีวี หรือ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียมอย่าง True Visions ก็ยังดี กว่าการดู free tv ที่มีแต่
-ข่าวจากผู้ประกาศข่าว ที่แทบจะไม่มีความเป็นกลาง แสดงอารมณืด้วยอคติส่วนตัว
-SMS ความคิดเห็นบ้าบอคอแตก ดูจากถ้อยคำที่ใช้แล้ว ไม่น่าเชื่อว่า นี่หรือคนมีการศึกษาเขาทำกัน
-ละครน้ำเน่าห่วยๆ
-และอีกสารพัดสิ่งที่ผมสุดที่จะทนกับมัน

free tv ห่วยแตก พอๆกับคนหลายคนที่ผมต้องคอยทนด้วยตอนเรียนอยู่ตั้งแต่ชั้นประถทยันมหาวิทยาลัย พอๆกับคนหัวโบราณบางคนที่ผมเคยยกมือไหว้ และอีกหลายคนที่เคยเข้ามาในชีวิตผมแบบ กวนteen

สวสัดี เคเบิ้ลทีวี แล โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม หนึ่งในสิ่งที่ยอดเยี่ยมของมวลมนุษย์สร้างสรรมันขึ้นมา ความบัเทิงชั้นเยี่ยมส่งตรงถึงห้องนอนคุณตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อเครียดกับอะไรก็ตาม รายการทีวีจากเครือข่ายผู้ให้บริการเหล่านี้นี่แหล่ะ ที่ทำให้ผมมีความสุขได้

สารคดีเยี่ยมๆ จาก History, National Geographic และช่อง True Explorer 3 (พร้อมพากย์ไทยให้ด้วย)
หนังบรรยายไทยแจ่มจาก HBO, cinemax, Star Moive (ที่ไม่มีทำเบลอในบางจุด ลาก่อนเซ็นเซอร์ เสียงพากย์ไทยแบบงี่เง่าและดูถูกภูมิปัญญาคนดู)
การตูนดีๆจากช่อง Spark และ Cartoon Network
และรายการโชว์จากต่างประเทศแจ่มๆทาง True X-Zyte

ส่วนพวกคอกีฬาลูกหนัง ลูกสักหลาด และกีฬาอื่นๆก็จุใจกับช่องกีฬาอีกมากมายที่เกินจะพรรณนาได้

ฉันรักเคเบิ้ลทีวี และ ทีวีผ่านดาวเทียม มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ความบันเทิงชั้นเยี่ยมในบ้านคุณ

แต่ก้ยังไม่วาย มีไอ้คนบางจำพวก บอกว่าโทรทัศน์คือสิ่งที่แย่ การมีทีวีหลายร้อยช่องไว้ดูคือสิ่งไร้ประโยชน์ โดยเอาข้ออ้างเรื่องพฤติกรรมของเด็กจากทีวีมาเป็นเหตุผล และอีกสารพัดอย่างที่แสดงออกว่าเป็นพวกต่อต้านสิ่งเหล่านี้ ผมขอจองเวรและขออาฆาตแค้นพวกนี้ทุกคน แบบที่หลายๆคนในที่นี้มีต่อพวกนำจับลิขสิทะนั่นแหล่ะครับ

รวมถึงพวกที่ออกมาพูดแบบนี้ต่อวีดีโอเกม ผมก็ขอจงเกลียดจงชังด้วยเช่นกัน คนพวกนี้ก็พอๆกับ free tv นั่นแหล่ะ (ห่วยแตก งี่เง่า)

ขอลั่นวาจาไว้เลยว่า ถ้าผมมีลูกมีหลาน ผมยินดีที่จะให้พวกเขารับความบันเทิงจากเคเบิ้ลทีวีและทีวีผ่านดาวเทียม โดยไม่สนคำพูดของพวกสมาคมผู้ปกครองหรือใครกับหน่วยงานอะไรที่ออกมาพูดต่อต้านพวกนั้นเลย (และโลกความเป้นจริง มนก็ไม่ได้ต่างกันกับในทีวีหรอก)

ใช้ชีวิตอยุ่กับการดูทีวีผ่านดาวเทียม ดีกว่าต้องไปทนอยู่กับพวกงี่เง่า กวนteen หัวโบราณ แบบที่ผมเจอมา

ได้ระบายซะที เฮ้อ

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Recylce ช่วยโลกได้จริงหรือ-บทความจาก nunsina.exteen

เห็นว่าน่าสนใจ และเป็นเรื่องที่เราอาจจะมองข้ามไป ขออนุญาติเอามาลงทั้งดุ้นเลยนะครับ

-------------------------------------------------------------------------------
รายการหนึ่งทาง True ที่ผมชอบดู คือ Bull Shit : Pen & Teller รายการนี้เป็นนำเสนอ เนื้อหาที่เป็นเรื่องทั่วๆไปที่มีขึ้นบนโลกใบนี้ และเป็นสิ่งที่แพร่หลายไปทั้งโลกด้วย เอามานำเสนอในอีกมุมมองหนึ่งที่ต่างออกไป ไม่ใช่นำเสนอแต่ในแง่ที่ดี (มันเป็นเรื่องปรกติที่พยายามนำเสนอแต่เรื่องดีๆอยู่แล้ว) ความยาว 25 นาที/ตอน โดยประมาณ

จากตรงนี้ไปอ่านอย่างเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งนะครับ
อย่างเช่นองค์กรพิทักษ์สัตว์(PETA) ที่พยายามปกป้องสัตว์ที่ถูกทำการทดลองจากมนุษย์ และเป็นที่มีสมาชิกทั่วโลก กว่า 1แสนคนเลย รายการก็จะเสนอในแง่ความจริงในแนวคิดบ้าๆ (งงไหมเนี่ย) อย่างเช่นการช่วยบุกช่วยเหลือสัตว์ต่างๆจากห้องทดลอง ทำลายตึกห้องทดลองต่างๆ เพราะเห็นว่าเป็นการทารุณกรรมสัตว์ แล้วสัตว์ที่ ที่พวกนั้นช่วยเหลือออกมา พวกเขาเอาไปเลี้ยงมั้ย คำตอบก็คือ "ไม่" ก็ส่งให้เทศบาลเอาไปดูแลสัตว์ เทศบาลก็ไม่มีเงินดูแลสัตว์เพราะต้องใช้เงินต่อเดือนจำนวนมากเป็นค่าอาหาร ก็แบกรับค่าใช้จ่ายจากสัตว์ที่พวกนี้โยนมาให้ไม่ไหว เลยต้องฉีดยาให้สัตว์พวกนี้ตายเดือนละเป็นร้อยตัว แล้วเจ้าพวกองค์กรพิทักษ์สัตว์นี้ก็มาประท้วงเทศบาลต่อ หาว่าฆ่าสัตว์ที่ไม่มีความผิดอีก(แล้วทำไมพวกนายไม่เอาเลี้ยงล่ะ)
สำนักงานใหญ่องค์กรพิทักษ์สัตว์นี้ ทั้งที่เป็นองค์กรประเภทNGO(ไม่แสวงหากำไร) แต่เป็นตึกมูลค่า ร้อยล้านดอลล่า ตั้งอยู่ริมน้ำที่สวยงาม(เอ...เอาเงินที่ไหนมาสร้างนะ) และที่ผมฮาสุดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้หญิงที่มีตำแหน่งใหญ่ที่สุดในองค์กร ก็ป่วยเป็นโรคร้ายอย่างหนึ่งที่ ต้องใช้ยารักษาที่สร้างมาจากห้องทดลองที่ค้นคว้าจากห้องทดลองที่ทดลองจากสัตว์ที่พวกเขาพิทักษ์นั่นแหล่ะ แล้วรู้ไหมว่า พอมีคนถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้นำคนนี้ก็ตอบออกมาแนวๆว่า "ฉันต้องรักษาชีวิตของฉันเพื่อจะได้มาช่วยสัตว์ที่น่าสงสาร เหล่านั้นไง" ..............
ออกนอกเรื่องไปไกลมาก...... กลับมาๆ เรื่องRecycle ตอนหนึ่งรายการ Bull Shit นี้ก็นำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง Recycle ผมไม่ได้อัดไว้ ไม่ได้ดูซ้ำ และไม่ได้จด เนื้อหาจึงอาจจะไม่ละเอียดนักเรื่องตัวเลข เพราะมาจากการจำในการดูครั้งเดียวเท่านั้น -*-....
ประมาณ ปี1970กว่าๆ USA ได้กำหนด สิ่งต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ(จำภาษาอังกฤษไม่ได้) หนึ่งในเรื่องนั้นคือ "Recycle" โดยผู้กำหนดแนวคิดในตอนนั้นชื่อ Jay Winston Potter.......
ของหลักๆที่เรา Recycle มีอะไรมั่ง ก็กระดาษ ขวดพลาสติก กระป๋องอลูมิเนี่ยม ใช่ไหมครับ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่นี่คือพวกหลักๆ แต่เชื่อไหมว่าค่าใช้จ่ายในกระบวนการ Recycle กระดาษกับพลาสติก กลับแพงกว่าผลิตใหม่ เกือบ 3เท่าแถมยังได้คุณภาพไม่ดี โดยเฉพาะ พลาสติกที่รีไซเคิลแล้วเอามาทำใหม่ก็เอาทำได้แต่ของคุณภาพไม่ดีของที่ไม่ค่อยมีคนใช้ กระดาษก็เห็นๆกันอยู่ หนังสือพิมพ์นั่นไง หรือหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ของ Japan เล่มละ 2-300 บาท นั่นไงว่าคุณภาพมันดีขนยาดไหน....... ส่วนกระป๋องน้ำต่างๆที่สามารถเอามา Recycle ได้นั้น ค่าใช้จ่ายในการ Recycle ถูกกว่าผลิตใหม่ราวๆ40%เท่านั้น
เรามาลองนึกดูถึงข้อดีที่เราได้จากการ Recycle กันบ้าง

Good Enviroment - คนเรามักคิดว่า การ Recycle ดีต่อสิ่งแวดล้อม ขยะไม่ไปทำลายสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ แต่จริงๆแล้ว การเผาทำลายขยะ ก็เกิดอากาศเสียจากการเผา หรือการ Recycleสิ่งของต่างๆ ก็ต้องแยกของที่ใช้ไม้ได้เช่นพวกหมึกจากกระดาษ สารเคมีต่างๆ ออกจากสิ่งที่นำมาใช้ใหม่ได้ แล้วของที่ไม่ต้องการเหล่านั้นมันหายไปไหนล่ะ ..... เนื่องจากมันเป็นขยะเคมีที่มันอันตรายมากก็ต้องจ้างๆพวกบริษัทที่รับจำกัดพวกนี้ ไปแอบฝังตามที่ต่างๆที่เราไม่มีวันรู้อีกต่างหาก(สิ่งที่เอามาสร้างบ้าน สร้างถนนที่เราอยู่นี้ ก็อาจจะมีการปนเปื้อนสารเหล่านี้อยู่ก็ได้ ตามที่มีสารคดี การฟ้องการทิ้งสารเคมีอันตรายอย่างผิดกฏหมายทั่วๆไป .........
) ถ้าไม่เผาไม่ Recycle จะให้ทำยังไง อ้อขุดหลุมฝัง มันก็ไปเป็นการทำลาย สิ่งแวดล้อมไม่ใช่หรือ แถมยังส่งกลิ่นเหม็น สร้างความเดือดร้อนให้ เรื่องนี้ ผมขอโยงไปหัวข้อ Save Enegy ครับ

Save Enegy - Recycle มันประหยัดพลังงานยังไง เอ๊ะ ถ้าลองคิดดูดีๆ ก็จะนึกได้ว่ามัน....ต้องใช้ น้ำมันเพิ่มจากรถขนขยะปรกติ ก็ต้องเพิ่มรถขนขยะ Recycle จะกระดาษจะอะไรก็เถอะ จริงไหม..... แถม... ถ้าเผาขยะ ก็ต้องใช้เชื้อเพลิงอีก ส่วนพลังไฟฟ้าที่โรงงาน Recycleตามกระบวนการต่างๆใช้ 1เดือนนั้น ก็เพียงพอที่จะใช้ตามเมืองใหญ่ๆ ได้ตั้ง 3เดือน .....อื้ม ....... การ Recycle เป็นการประหยัดพลังงาน จริงๆ
แต่เดี๋ยวก่อนเรื่องประหยัดพลังงานยังไม่จบ เรื่องที่สืบเนื่องมาจาก "ดีต่อสิ่งแวดล้อม" การกำจัดขยะที่คนทำมาช้านานนั่นคือการขุดหลุมฝังขยะ การฝังขยะปัญหาที่ตามมาคือของเน่าหม็น เกิดก๊าซมีเทนส่งผลให้คนที่อยู่รอบๆที่ฝังทิ้งขยะ เดือดร้อนใช้ไหมครับ แต่ว่าที่ USA เขามีการทำเป็นระบบ ขุดหลุมฝัง ห่างไกลแหล่งน้ำ ทำที่เฉพาะ(ขี้เกียจอธิบาย เพราะไม่รู้ละเอียด) ส่วนก๊าซ มีเทนที่ได้จากขยะ เขาเอาไปผลิตพลังงานไฟฟ้า .... โดยในรายการอ้างว่า ..... ก๊าซมีเทนจากขยะ ปริมาณ1ปี สามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้ตั้ง 30ปี!!! คุณเชื่อหรือเปล่าล่ะ(ถ้าให้นึกภาพง่ายๆ ใครเคยเล่น Sim City นึกภาพโรงงานไฟฟ้าจากขยะไว้ แต่ในเกมมันเป็นการสร้างไฟฟ้าจากการเผาขยะซึ่งผมไม่ค่อยเข้าใจระบบเหมือนกัน(ใช้พลังงานจล สร้างพลังงานกลไปเกิดพลังงานกลอีกทีมั้ง) มันเลยส่งผลต่อมลภาวะในเกม .... และผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันไอ้โรงงานไฟฟ้าจากก๊าซมีเทนเนี่ยะ ส่งผลต่อมลภาวะ แค่ไหนเหมือนกัน) ส่วนที่ทิ้งขยะที่อ่อนนุช เรามีวิธีจัดการกับมันยังไงอยู่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันใครรู้ช่วยบอกที...... ท่านผู้ว่ากทม .....

Save Tree - การดาษผลิตจากเยื่อไม้ เยื่อไม้ได้จากไม้ คนจึงเชื่อกันว่าถ้า Recycleกระดาษที่ใช้แล้วเช่นหนังสือพิมพ์ จะเป็นการช่วยรักษา ต้นไม้ ทำให้มีอากาศหายใจ...... จริงๆแล้ว เยื่อไม้จากต้นไม้ที่นำใช้ในการผลิตกระดาษนั้น ได้มาจากต้นไม้ที่เขาปลูกมาเพื่อผลิตกระดาษโดยเฉพาะทำกันเป็น Farm ต้นไม้เพราะได้คุณภาพดีกว่าจะไปเอาเยื่อต้นไม้มั่วๆมาใช้(อ้าว..) ตัวอย่างบ้านเราก็โครงการ ปลูกต้นกระดาษAA ตามคันนาบ้านเรานั่นไง..... ส่วนต้นไม้ที่หายไปจากโลกปีละหลายๆล้านต้นมาจาก คนที่ตัดเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ หรือถางป่าทำพืชไร่ หรือสร้างที่อยู่มากกว่า.... เพราะฉนั้น..... การ Recycleกระดาษไม่ช่วย อนุรักษ์ต้นไม้แน่นอน ....

Save Money - การใช้ของ Recycle ไม่ได้ช่วยประหยัดเงินแน่นอนอย่าลืมว่า ของที่ Recycle มักจะคุณภาพแย่กว่า และมักจะแพงกว่า และค่าจ้างที่รัฐจ่ายให้พนักงานเก็บขยะที่มาขนขยะเราไป Recycle รัฐเอาเงินมาจากไหนก็เงินภาษี จากเราๆทั้งนั้น ....... แล้วมันประหยัดเงินเราตรงไหนเนี่ยะ ส่วนเรื่องบริษัทที่ผลิตวัตถุดิบ ก่อนจะนำไปแปรรูปก็ต้องจ่ายแพงกว่าปรกติ อีก ...... แล้วมัน ประหยัดเงินตรงไหนเนี่ยะ

Create A Job - เกิดการสร้างงาน จำนวนมาก แต่คนที่ได้รับผลประโยชน์ไม่ใช่เราๆท่านๆที่สร้างขยะกันอยู่ทุกวันแน่ๆ แต่เราสร้างงาน ให้คนที่ทำหน้าที่เก็บขยะ ขับรถขนขยะ แยกขยะ และคนที่หน้าที่ในโรงงาน Recycle มีงานและมีรายได้ เพราะฉนั้นหัวข้อนี้ผมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องดี ........ แต่เคยได้ยินกันมั่งไหมว่า คนเก็บกวาดขยะตามท้องถนน รายได้วันละเป็น พัน ฿_฿......

ฮ่า ฮ่า ฮ่า คงสังเกตุได้ไม่ยากว่า ข้อมูลในแต่ละหัวข้อมันน้อยลงเรื่อยๆ จริงๆแล้วในรายการ ได้เสนอข้อมูลที่เราเข้าใจกันผิดๆเกี่ยวกับ Recycle ไว้ 7-8 ข้อ แต่ผมดันนึก ออก 5 เองแฮะ อีกอย่างเพราะรายการ โยงเรื่องกันไปมา อย่างงงนิดๆ คือ นำเสนอข้อมูลมาเยอะๆ แล้วแยกเป็นหัวข้อทีหลังแถมยังไม่เป็นระเบียบอีกต่างหาก ซึ่งต่างจากปรกติที่ควรจะเป็นที่ นำเสนอหัวข้อมาก่อนแล้วอธิบายเนื้อหาในข้อมูลนั้น .......... นี่แหล่ะ Bull Shit : Penn & Teller รายการที่นำเสนอข้อมูลสวาระอย่างเพี้ยนๆ.... -__-....... ดังที่กล่าวมาผมเลย ต้องมานั่งประมวลข้อมูลในหัวสมอง แยกประเภทเองอีกต่างหาก...... บวกกับระยะเวลาเป็นเดือนมาแล้วทำให้ข้อมูลลางเลือนไปบ้าง แหะ....แหะ........แหะ....

หลังจากที่ทนอ่านตัวหนังสือเป็นพรืดมาจนถึงตรงนี้ คิดบ้างหรือเปล่าว่า... "ไอ้หมอนี่ต่อต้านเรื่อง Recycle แหงๆ" ผมบอกได้เลยว่า ผมไม่ได้ต่อต้านการ Recycleอย่างยิ่ง หรือ เห็นด้วยอย่างสุดกู่ ...... ไม่ว่าจะเรื่องอะไร จะภาวะโลกร้อน จะ น้ำมันแพง ประหยัดไฟฟ้า ถุงฟ้า หรืออะไรผมก็ทำ....เท่าที่พอทำได้เท่านั้นแหล่ะ แค่ปรับมันให้เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันของผมโดยวิถีชีวิตไม่เปลี่ยน ....... ก็เท่านั้น
อย่างรถพลังงานไฟฟ้า ที่ช่วงหลายๆปีหลัง รถยี่ห้อดังๆทั้ง หลายพยายามผลิตกันออกมา ก่อนที่จะเกิดวิกฤต Hamburger เนี่ยะ ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นการประหยัดพลังงานตรงไหน แค่เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเท่านั้นเอง.... ประหยัดค่าน้ำมันตอนช่วงน้ำมันแพง อาจจะใช่.....แล้วค่าไฟฟ้า จากการชาร์จไฟฟ้าให้รถจากบ้านมันเพิ่มมาในบิลตั้งเท่าไหร่ ผมเคยดูสารคดีทาง Discovery เขาเปรียบเทียบ การค่าใช้จ่ายพลังงานน้ำมันต่อพลังไฟฟ้า ผมจำตัวเลขที่ชัดเจนไม่ได้ แต่สรุปคือถ้าเราใช้รถไฟฟ้า จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าจ่ายค่าน้ำมันแน่นอน ด้านความเร็วของรถอย่าไปพูดถึงมันแล้วกัน......... ส่วนเรื่องมันดีกว่าสิ่งแวดล้อมนั้น ......เอ่อ ..... เราผลิตกระแสไฟฟ้ามากจากอะไรมั่ง....... หลักๆใหญ่ๆก็ เขื่อนกันน้ำ โรงงานไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ และ โรงงานไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ(น้ำมัน แก๊ส ถ่านหิน ฯลฯ) นอกจากอันแรก ........ มันดีต่อสิ่งแวดล้อมไหมนี่......

ขอบคุณถ้ายังมีคนทนอ่านมาจนถึงตรงนี้ ข้อมูล 95% นั้นมาจากรายการ Bull Shit : Penn & Teller ซึ่งเป็นรายการของทาง USA ข้อมูลทั้งหมดมาจากการวิจัยของทาง USA ล้วนๆ เพราะฉนั้น อาจจะใช้กับเมืองไทยเราไม่ได้เลยก็ได้ -___________- เขียนมาทำไมตั้งยาว................. นั่นสินะ ....... เอาเป็นว่าอ่านเล่นๆเพลินแล้วกัน (^_^)b(อีก5%มาจากความรู้ทั่วไปในสมองอันกระจ๊อยร๊อย ของผม)
แถมข้อมูลเล็กน้อย .....USA ผลิตขยะ ปีละ 220 ตัน ........ หลุมฝังขยะ กว้าง 35x35ไมล์ ลึกเท่าไหร่จำไม่ได้ แต่เพียงพอจะ ใช้ฝังขยะให้ USA ได้ 1000 ปี ..... เอ่อ...ไม่รวมขยะ อิเล๊คโทรนิคมั้ง .......

-----------------------------------------------------------------------------------

ความเห้นส่วนตัวของผม : ผมเองก็ดูรายการนี้ทางช่อง True X-Zyte เช่นกัน เรื่องนี้ผมไม่ได้ดู แต่ผมค่อนข้างที่จะเห็นด้วยครับ ว่าการ recycle อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีนักในการจัดการกับขยะทุกประเภท และเผลอๆก่อมลพิษและใช้ค่าใช้จ่ายมากกว่าการผลิตใหม่เสียอีก รวมถึงคุณภาพของวัสดุที่ผลิตจากการ recycle ก็แย่ลงอีก มันเคยเกิดขึ้นแล้วกับรถยนต์ Mercedes-Benz รหัสตัวถัง W-124 (ก็เจ้า E-class โลงจำปานั่นแหล่ะ) ที่มีปัญหาว่าสายไฟของระบบต่างๆไม่ทนเท่าที่ควรเพราะใช้วัสดุrecycle

กับเรื่องที่ผู้เขียนบทความพูดถึงเรื่อง รถยนต์ไฟฟ้า อาจจะไม่ได้ช่วยโลกอย่างที่คิด ผมก้เห้นด้วย และผมก็คิดแบบนี้ก่อนจะมาเจอบทความนี้ซะอีก เพราะโอเค ตัวรถใช้ไฟฟ้าขับเคลื่อน แต่ไฟฟ้าที่ใช้ชาร์จหล่ะ ก็มาจากการเผาถ่านหินหรือเชื้อเพลิงปิโตรเลียมประเภทอื่นอยู่ดี แล้วชิ้นส่วนจำพวก แบ็ตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า อันเป็นแหล่งพลังงานขับเคลื่อนหลักนั้น มันก็ต้องมีการเสื่อมสภาพ กลายเป็นขยะอันตรายอีก (ต่อให้เป้นแบ็ตเตอรรี่ Li-on ก็เถอะ) ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนมันก็สูงใช่เล่น รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะตามมาอีก และอีกนานครับ กว่ารถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าแบบเพียวๆจะมีศักยภาพเทียบเท่ารถยนต์ใช้น้ำมันในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถทื่ต้องใช้กำลังอย่างรถบรรทุก

ดูเหมือนว่าบางครั้ง สิ่งที่ดูดีดูเริศและน่าเชื่อถือ เป้นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป้นสิ่งที่ดูเหมือนว่าทำเพราะความหวังดี อาจจะไม่ดีอย่างที่คิดก็ได้ และผมว่าแค่เราไม่ใช้มันอย่างฟุ่มเฟือยจนเกินไป เท่านี้ก็ช่วยดลกได้มากแล้วครับ

วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Me, Myself, and LEGO

-อายุปัจจุบันตอนนี้ของผมคือ 23 ปี และรู้จัก LEGO มาตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อรุ่นว่า System แต่เพิ่งมาเล่นและสะสมจริงจังก็ในรอบ 5 เดือนนี้เอง
- theme ที่ผมเล่นคือ LEGO City ไม่มีการ แตกไลน์ ไปซื้อ them อื่น รักเดียใจเดียว และมั่นคงต่อ City เท่านั้น
- แม้ราคาขายในไทยจะแพง (มาก) แต่ก็ขอบคุณที่ยังมี มหกรรมลด15%ที่จะจัดทุกสิ้นเดือน, ห้างสรรพสินค้า ตั้ง ฮั่ว เส็ง สาขาธนบุรี ที่มี LEGO City ลด 30% กันบ่อยมาก, และเว็บไซต์ e-commerce อย่าง aventthai และ mom2kids ที่ทำให้ผมได้ครอบครอง LEGO City ในราคาที่ถูกกว่าราคาปกติในห้างฯอย่างมาก แถมส่งตรงถึงบ้านด้วย
-และขอบคุณตัวแทนจำหน่ายในไทย ที่ยังอุตส่าช่วยลดราคา LEGO City ที่เพิ่งออกมาใหม่ จนมีราคาแพงกว่าที่ขายในสิงค์โปร์ไม่เท่าไหร่ (แต่ theme อื่น แพง lost microprocessor เช่นเดิม)

-แม้ว่าทางเลือกที่ผมใช้ในการซื้อหา LEGO จะราคาแพงกว่าที่ซื้อหาใน ebay หรือการไปซื้อยังประเทศที่ขาย LEGO ถูกกว่าไทย แต่อย่างน้อย มนก็ยังเป็น LEGO ที่สร้างความสุขทางใจแก่ผม ของเล่นที่ทำให้ผมลืมเรื่องบ้าบอคอแตกสารพัดเรื่องที่เข้ามาในชีวิตผมตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เรื่องที่ทำให้การตั้งราคา LEGO อันแสนแพงของตัวแทนจำหน่ายในไทย กลายเป็นเรื่องน่าโมโหอันดับรองๆของชีวิตผมไปเลย อย่างเช่นพวกคนกลุ่มเหล่านี้ ที่สร้างความหงุดหงิดแก่ชีวิตผมไม่น้อย

-ตอนเรียนมัธยมทั้งต้นและปลาย ก็เจอแต่วัยรุ่นนิสัยเสียปากไม่มีหูรูด ที่มากับคำพูดแดกดัน เสียดสีนั่นนี่เกี่ยวกับผมตลอด (แต่พวกนั้นก็กล้าได้แค่พูดเท่านั้น)
-พวกผู้ใหญ่หัวโบราณที่พูดจาไม่สร้างสรรค์
-จะเล่นอินเตอร์เน็ต ก็เ แต่พวกวัยรุ่นเกรียนๆ กับพวกผู้ใหญ่ที่พูดจาดูไม่น่านับถือ คนพวกนี้ชอบบ่นอย่างไร้วิจารณญาณในสิ่งที่ตัวเองก็ไม่สามารถแก้ไขได้ และชอบด่าว่าเสียดสีคนที่เจาแสดงความคิดเห็นไม่เหมือนตน ทั้งที่ก็ไม่ได้ผิดกฎใดๆและเป็นสิทธิของเขา และบางทีความคิดเห็นนั้นอาจจะเป็นเรื่องที่ถูกก็ได้ (แต่อย่างว่าในโลกอินเตอร์เน็ต พกวมากมักอยุ่รอดเสมอ)
-จะดุโทรทัศน์ ก็มีแต่ละครน้ำเน่า รายการจับกลุ่มเล่าข่าวที่ผู้นำเสนอข่าวไม่ค่อยมีความเป็นกลางและชอบนำเสนอแต่ด้านเดียว (ซึ่งม พร้อมกับ SMS ร้สาระ ที่ใชถ้อยคำที่ไม่รู้ว่าถูกนำมาออกอากาศได้อย่างไร) บางทีคนนำเสนอก็ไม่รู้เรื่องข่าวที่อ่านอย่าแท้จริง (เคยเห็นมากับตา ได้ยินกับหู จากรายการที่เอาผู้หญิงสี่คนมานั่งบ่นช่วงเช้าวันจันทร์ถึงศุกร์ ในช่องโทรทัศน์ยอดนิยมช่องหนึ่ง) ไหนจะรายการโฆษราเครื่องออกกำลังกายโกหกจอมปลอม กับพวกเรียลิตี้ลดความอ้วน ที่เอาคนอ้วนมาทำให้ดูน่าสมเพชอีก (ตอนนีเลิกดู free tv แล้ว ดูแต่พวกรายการบันเทิงทาง TrueVisions อย่างเดียว)
-จะดูหนัง ก็มีแต่หนังเสียดสีสังคม เนื้อหาซีเรียส กับเอาคนอ้วนมาทำให้ดูน่าสมเพช (ไม่ได้ดูหนังโรงมา 3 ปีแล้ว)
-เพลงเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมีคุณภาพแบบแต่ก่อน เหมือนกับแบบเน้นแต่แค่ทำยอดขาย
-ไหนจะเรื่องชวนหงุดหงิดยามต้องขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ เรื่องน่ารำคาญบางประการในที่สาธารณะ ที่หลายๆคนก็คงเคยเจอ

-ผมคงเป็น นักเล่น LEGO ชาวไทย ที่ลำบากที่สุดหล่ะมั๊งในเรื่องหาเลโก้ราคาถูก รายจ่ายที่บ้านก็เพียบครับ ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนสิ่งของบางรายการ ค่างวดบัตรเครดิตขั้นต่ำ (แต่ไม่เคยเบี้ยว จ่ายตรงเวลาตลอด) จึงทำให้โอกาสในการไปสิงค์โปค์(ซึ่งแม่ผมก็อยากไป) ก็เลยเป็นหมันไปเรียบร้อย
-นักเล่น LEGO ที่ยังเป็นเด็กคนอื่นๆก็ยังมีพ่อแม่เป็นคนออกเงินค่าซื้อเลโก้ให้ โดยอาจจะมีข้อแลกเปลี่ยนเรื่องการสอบได้คะแนนดีๆมาเป็นข้อตกลง ส่วนผมก็ต้องเก็บเงินซื้อเองแทบทุกบาท ล่าสุดที่ไปคว้าชุด City Corner มาได้ก็ต้องเก็บเงินเกือบเดือน และถ้าไม่มีเรื่องสอบ กพ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงหัวหมาก ก็ไม่ได้มีข้ออ้างเข้ากรุงเทพฯไปซื้อ LEGO หรอกครับ แถมพอแม่ผมรู้ราคา ก็พูดเลยครับว่า แพงจัง เลยมีรายการประปากกันเล็กน้อยก่อนแยกย้ายกัน (แต่ไม่ถึงกับทะเลาะกันขั้นรุนแรง นี่ขนาดว่าแม่ผมไม่ใช่ผู้ใหญหัวโบราณและให้ผมซื้อนู่นนี่เล่นนนั่นนี่ได้ ตราบเท่าที่มีเงิน และเงินนั้นไม่ต้องกู้ยืมใครจนเป็นหนี้ และไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย)
- ส่วนการซื้อใน ebay นั้น อยากครับ อยากมากๆๆๆๆๆ จะได้ซื้อชุด Hospital ที่ตอนนี้ไม่มีในไทยแล้ว แต่ผมไม่มีบัตรเครดิต และพ่อผมคงไม่ให้ผมเอาบัตรเครดิต CITIBANK ของพ่อผมเองมารูดซื้อเลโก้แน่ๆ (ล่าสุดก็เพิ่งไปชำระหนี้ 12,000 บาทมาหยกๆ) แล้วผมก็ไม่ชอการที่ต้องมาลำบากเจรจาต้าอ้วยกับคนขายในแบบภาษาอังกฤษ อะไรที่มันต้องยุ่งยากในการเจรจานั้น ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ รวมถึงการต้องมารอการส่งนานเกือบเดือนเป้นอย่างน้อยอีก (หรือขึ้นอยู่กับ location ของผู้ขาย) ผมชอบอะไรที่มันแบบ ถ้าเป้นราคาถูกก็ควรจะเป็นราคาถูกที่กำหนดไว้ตายตัวแล้ว ไม่มีเงื่อนไขที่ดูหมกเม็ดที่สามารถปั่นราคาให้สูงขึ้นได้ และถ้าเป็นแบบจ่ายเงินปุ๊บได้ของปั๊บยิ่งดีใหญ่ คงมีแต่ รถยนต์มือสอง เท่านั้นมั๊งครับ ที่คุ้มแก่การเสียเวลาเจรจาต้าอ้วยกับคนขาย (และหลังจากดูรถเสร็จ เจรจาเสร็จ เซ็นต์เอกสารครบถ้วน จ่ายเงินปุ๊บ ขับรถกลับบ้านได้ทันที)
-ก็อย่างว่าครับ งานก็ไม่มี บัตรเครดิตจะมีได้ยังไง ตอนนี้ก็นอนว่างๆ รอบวชช่วงเดือนตุลาคม ก็อยู่บ้าน ดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต เล่นเกมคอมพิวเตอร์(ซึ่งก็เกมเดิมๆที่เอามาเวียนใหม่) ดื่มกาแฟเย็นแทบจะแทนน้ำเปล่า กับทำงานบ้านอย่างซักผ้า ตากผ้า ล้างจาน ทิ้งถุงขยะที่เต็ม ยืมรถยนต์พ่อขับ โทรศัพท์หาเพื่อน(ที่มักจะมีแต่คนอยุ่ไกลที่รุ้จักทางอินเตอร์เน็ต หรือไม่ก็อายุคนละรุ่นกับผม อย่างมีอยุ่สองคน คนหนึ่งอายุน้อยกว่าผมตั้ง5ปี ส่วนอีกคนก็เป็นผู้ใหญ่อายุจะ40ปีแล้ว) กับรอโอกาสที่จะได้ไปในที่ที่ขายเลโก้โดยที่ไม่ต้องออกค่าเดินทางแม้แต่บาทเดียว

-ตอนนี้นอกจาก LEGO แล้วก็มี มิวสิควีดีโอใน Youtube, รถยนต์, รายการสารคดี การ์ตูน และวาไรตี้โชว์ จาก TrueVisions, วีดีโอเกมส์ในคอมพิวเตอร์, เว็บไซต์สำหรับคนที่อายุเกิน18ปีขึ้นไป, เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อำนวยความสะดวกแก่ผมในชีวิตประจำวัน(อย่างตู้เย็น เตาอบไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า คอมพิวเตอร์ ฯลฯ) อาหารฟาสฟู๊ดและพิซซ่า(ไม่ว่าจากแบรนด์ใดก็ตาม) รวมถึงครอบครัวของผมและเพื่อนๆที่ยังพบปะพูดคุยติดต่อกันอยู่ คือสิ่งที่ทำให้ชีวตผมสะดวกสบาย ลืมเรื่องทุกข์ร้อนเรื่องบ้าบอคอแตกและเรื่องร้ายๆต่างๆที่เคยเข้ามาในชีวิตผมได้
-รวมถึง John Goodman และ น้าเน็ก ด้วย เห้นหน้าเขาและดูการแสดงเขาทีไร ชวนอมยิ้มทุกทีสิน่า
-ผมรู้ครับว่า มีอีกหลายคนที่ลำบากกว่าผมเยอะ และผมก็กระแนะกระแหน๋คนอื่นไว้มาก แต่ผมไม่เคยยกตัวเองว่าผมดีกว่าคนเหล่านั้น ไม่เคยพูดอะไรในลักษณะที่ว่า "เฮ้ ต้องเชื่อที่ฉันพูดนะ" หรือ "เฮ้ ฉันพูดถูก คุณสิผิด"ก็แค่อยากแสดงความแตกต่างในอีกด้านให้เห็นเท่านั้น ภาษที่ผมพูดหรือนำเสนอออะไร ผมยอมรับครับว่ามันไม่ใช่ ภาษาดอกไม้ แต่ถ้ามีใครจะแย้งอะไรหรือนำเสนออะไร ผมก็รับฟังเสมอ (แต่ต้องเป้นการแย้งอย่างมีเหตุผลและมีวิจาณญาณ ไม่ใช่แย้งแบบอารมณ์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง แบบที่ผมเคยเจอมาแล้วในที่อื่น)

- แต่อย่างน้อยผมก็ยังเอจเรื่องดีๆในชีวตเป้นสัดส่วนที่ค่อนข้างมากกว่าเรื่องไม่ดี แม้จะไม่ใช่เรื่องประเภทได้โชคประเภทเงินทองของมีค่า (ที่เอาไปซื้อ LEGO ได้) แต่ก็เป็นเรื่องดีๆที่อาจจะมีค่ามากกว่าสิ่งเหล่านั้นหลายเท่า และผมเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิตไม่น้อยเหมือนกันครับ และเป้นคนดีประเภท ดีโดยเนื้อแท้ภายในจิตใจ ซะด้วยครับ

(และแล้วก็ตัดบทเข้ามาเรื่อง LEGO อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยซะงั้น) ไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหน เจอเรื่องบ้าบอคอแตกและเรื่องชวนหงุดหงิดมาสักเพียงใด รวมถึงจะเจอคำพูดชวนอารมณ์บ่จอย (ศัพท์โบราณมาก) สักเพียงใด "LEGO ขของเล่นที่ให้ความสุขแก่ผม และช่วยให้ลืมเรื่องไม่ดีต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิจได้ ท่ามกลางสังคมที่สับสนวุ่นวายและเต็มไปด้วยผู้คนที่เอาแน่นเอานอนทางความคิดไม่ได้" (เวอร์ไปมั๊ยเนี่ย)

" LEGO ความสุขที่คุณต่อได้ " (ฟังแล้วเหมือนเบียร์ Closter เลยวุ้ย)